Wednesday, February 6, 2013

LONDON ตอน 2 : Hostel ที่พักในลอนดอน

ตอนที่ 2

 
              วันที่ 28 ธันวาคม flight ผมบินเวลา 21:00 ครับ ซึ่งจะไปถึงที่ London ในเวลาประมาณ 23:00 ผมดูแล้วคิดว่าถ้าเดินทางไปพักที่ Hostel เลยก็คงลำบากเพราะว่ามืดแล้ว และอีกเหตุผลหนึ่งคือเปลืองค่าที่พักป่าวๆคืนนึง ดังนั้นผมเลยตัดสินใจไม่จองที่พักในคืนนี้ครับ นอนที่สนามบินเอาดีกว่า แต่ว่าก่อนไปก็เช็คเรียบร้อยแล้ว ว่าสนามบินเปิดตลอด 24 ชั่วโมงดังนั้นไม่มีปัญหานอนได้แน่ๆ

       อีกเรื่องหนึ่งก็คือ Sim โทรศัพท์ ตัวผมนั้นซื้อของ Tesco ครับโดยจะเป็น package 10ปอนด์ ต่อเดือน โทรได้ 500 นาที sms ได้ 5000 ข้อความ และเล่น 3G ได้ 1 GB ซึ่งเพียงพอกับผมแล้วครับ




        เที่ยวบินขานี้ ญาติผมซื้อของให้มีของขวัญคริสมาสเป็นเสื้อผ้าด้วยครับ แถมยังให้ถุงนอนไว้นอนที่สนามบินด้วย มันยัดลงไปในกระเป๋าได้ดังรูปนี้ครับ


สภาพนี่เกินจะยัดต่อได้แล้วครับ แต่ทว่า......

เสื้อผ้ามันยังไม่หมดครับ ยัดไม่ลงดังนั้นผมเลยต้องใส่ กางเกง สามชั้น (ลองจอน 2 ตัว + กางเกงยีนส์ 1 ตัว ไม่รวมกางเกงในนะจ๊ะ) และเสื้อ 7 ชั้น ลองจอนสองตัว เสื้อแขนยาวสองตัว เสื้อแขนสั้น เสื้อกันหนาว และเสื้อกันลม) พอขึ้นเครื่องได้เท่านั้นล่ะครับ ถอดออกเลยโอย ถ้าอยู่เมืองไทยคงช๊อกตายไปแล้ว แต่อยู่ที่นี่มันก็หนาวครับเลยยังพออยู่ได้บ้าง

หลังจากที่ลงเครื่องผมก็เริ่มจัดการกับกระเป๋าและเสื้อผ้าของผมก่อน ซึ่งผมได้กระเป๋าผ้าที่พับได้มาจากญาติผมด้วย ดังนั้นการถ่ายเทกระเป็าก็ได้เเริ่มดำเนินการทันที



            ขั้นต่อไปก็หาที่นอนครับ โดยพอเดินออกมาก็เห็นเลยครับว่าคนมาจับจองพื้นที่กันเต็มไปหมด ตัวผมเองก็เดินไปแถบริมๆ หน่อยเพื่อที่จะหา plug จะได้ ชาร์จโทรศัพท์ได้ และเผื่อนอนไม่หลับจะได้เล่นอินเตอร์เน็ตไปด้วย   พอได้ที่แล้วก็นอนเลยครับ แต่ผมเองก็ต้องระวังกระเป๋าไว้ด้วย ตอนนอนก็เอาขาเกี่ยวๆ ไว้บ้างเพราะว่าคงไว้ใจใครไม่ได้ คนอื่นๆ เขาก็ทำกันครับ บางคนก็หนุนกระเป๋าไปเลย




จากนั้นผมก็นอนยันเช้าเลยครับ โดยที่หลับสบายเกิน ได้เวลาตื่นแล้วลืมตื่น นึกว่าจะนอนหลับๆ ตื่นๆ แล้วจะตื่นซักหกโมงตรง ดันนอนเพลินถึง 6:40 แฟนโทรเข้า sim uk มาปลุก เหอๆๆ

       ขั้นตอนต่อไป ผมก็เดินหารถที่จะเข้าเมืองเพื่อที่จะไปต่อรถไฟใต้ดิน หรือที่เรียกกันว่า tube เท่าที่ผมเช็คข้อมูลมาจะมีรถที่เรียกว่า easybus ราคาเริ่มต้นที่ 2 ปอนด์ ผมกะว่าจะนั่งไปลงในจุดที่ใกล้รถไฟใต้ดินที่สุดแล้วซื้อ oyster card แล้วจึงเดินทางต่อ จะได้ประหยัดเงินไปได้มากกว่า แต่ทว่าพอไปจุดที่ใน map ของสนามบินบอกว่า เป็นล๊อกของ Easybus แล้วดันไม่เจอครับ ถามทางเจ้าหน้าที่เขาบอกว่ารถยังมีบริการอยู่ แต่ว่าให้ไปรถอันอื่นก็ได้ ราคาเท่ากัน 8 ปอนด์ ดังนั้นผมเลยลองสำรวจดู พบว่ามีของเจ้านี้ครับ Terravision 6 ปอนด์ ไปลงที่ Stratford ซึ่งเป็นจุดที่ผมสามารถจะต่อรถไฟได้






           ดังนั้นผมเลยซื้อตั๋วของเจ้านี้และเดินไปรอขึ้นรถครับ ซึ่งเค้าก็จะมีห้องพักผู้โดยสารอยู่ ภายในห้องพักก็จะมีปลั๊กให้ชาร์จแบตด้วย


        รถนั้นใช้เวลาวิ่งได้ตรงตามเวลามากครับ ออกตรงเวลา ถึงตรงเวลาดี
พอผมมาถึง Stratford แล้วขั้นต่อไปก็คือซื้อบัตร Travel card แบบ 7 วัน ซึ่งจะทำให้ผมสามารถใช้บริการ รถไฟ, รถไฟใต้ดิน, รถเมล์ ได้แบบไม่จำกัดเที่ยว แต่ว่าราคาของบัตรนั้นขึ้นอยู่กับ Zone ที่เราจะไปครับ ผมได้ลองดูแล้วที่พักของผมและสถานที่เที่ยวต่างๆ นั้นอยู่ใน Zone 1,2,3 ผมเลยเลือกที่จะซื้อแบบ Zone 1,2,3 ราคาอยู่ที่ประมาณ 34 ปอนด์ครับ (ประมาณนะครับ จำไม่ได้ล่ะว่าจ่ายไปเท่าไร)




                      แต่ทว่า.... ตอนนี้ผมไม่มีเงินปอนด์แล้วครับ ต้องหาที่แลกเงินก่อน ที่สนามบินก็มีให้แลกแต่ผมว่า rate นี่น่าจะไม่ค่อยดีเท่าไรแถมถ้าแลกต่ำกว่า 250 ยังคิดค่า commission ด้วย ดังนั้นผมจึงต้องเดินแบกของหาที่แลกเงินก่อนครับ


                ฝั่งตรงข้ามของ Stratford station นี้เป็นห้างชื่อว่า Stratford Centre ครับผมเดินเข้าไปในห้างจนสุดแล้วลองเดินไปทางซ้ายก็เห็นร้านชื่อว่า Money shop ซึ่งดูจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว ที่นี่ให้ดีกว่าที่สนามบินและไม่คิดค่าคอมมิชชั่นด้วย ผมจึงแลกไปก่อน 150 euro ได้เงินปอนด์มา 111.11 ปอนด์ครับ






                  ไม่ไกลจากร้านที่ผมแลกเงินนักก็มีย่านที่ขายอุปกรณ์มือถือครับ เดินเข้าไปข้างในก็จะเจอร้านขายมือถือ เป็นสิบๆ ร้าน โดยที่คนขายทั้งหมดเป็นแขกครับ ผมลองเดินเข้าไปเล่นๆ ดูเพื่อที่จะหา Battery bank ไว้ใช้กับ Iphone แต่พอลองถามๆ ราคาดูแล้วก็ไม่เอาดีกว่าครับ



                 กลับมาที่สถานี stratford ต่อครับ จากนั้นผมก็ไปซื้อบัตร travel card โดยคนขายก็ให้บัตร oyster card กับผมมาและให้ผมจ่ายค่ามัดจำบัตร 5 ปอนด์ บวกกับค่า Travel card 7 วัน ของ Zone 1,2,3 รวมเป็นเงินประมาณ 39 ปอนด์ครับ ปล.อย่าลืมขอ tube map มาด้วยนะครับ จะได้เก็บไว้ดูเส้นทางได้ จริงๆ แล้วใน Iphone ก็มี app ครับ แต่ว่าจะคอยหยิบมาเปิดดูก็เปลืองแบตเอาซะเปล่าๆ ใช้แบบกระดาษนี่ล่ะครับ ชัวร์กว่า    หรือถ้าใครอยากได้เป็น pdf ก็เข้าไปโหลดที่นี่ได้เลยครับ http://www.tfl.gov.uk/assets/downloads/large-print-tube-map.pdf   ซึ่งจะมีบอกด้วยว่าแต่ละสถานีนั้นอยู่ในโซนอะไร



           เรื่องของ oyster card นี่ลอง search ดูจะมีข้อมูลเยอะมากเลยครับ เป็นภาษาไทยซะด้วยสิ

              ทีนี้ผมก็เริ่มหาเส้นทางในแผนที่ ซึ่งตอนแรกก็ยอมรับครับว่า งง เหมือนกัน โอยทำไมมันยึบยับอย่างนี้แล้วจะไปไหนล่ะเนี่ย ลองนั่งดูสักพักก็หาจุดเส้นทางที่จะไป แล้วต้นทางที่เราอยู่ โดยต้นทางก็คือที่ stratford ครับ ส่วนปลายทางนั้นคือ London Backpacker ซึ่งอยู่ที่สถานี Hendon Central





         ทีนี้ผมก็ลองขึ้นรถไฟเลยครับ โดยตั้งใจจะขึ้นสายสีแดงไปต่อสาย Northern ที่ Tottenham court road แต่กลายเป็นว่าไปขึ้นผิดซะนั่นไปขึ้นเอา rail ธรรมดา เลยต้องมาลงที่สถานี liverpool street แล้วก็หาทางไปต่ออีกทีนึง

           พอไปถึง Tottenham court road ผมก็จะเปลี่ยนเป็นสายสีดำ เพื่อที่จะไปลงที่ Hendon Central แต่ว่าวันนี้ก็แจ๊กพอตเหลือเกินครับ


             ไม่มีรถวิ่งในวันที่ 27 - วันที่ 30 โอยล่ะทำไงล่ะนี่ แต่ว่ายังดีนะครับ เขามีรถเมล์ฟรีบริการจากสถานี camden town ไป ผมเลยต้องไปลงที่ สถานี Camden Town แล้วก็ไปต่อรถเมล์อีกทีนึง

          พอผมต่อรถเมล์มาลงที่ Hendon Central แล้วก็เปิด GPS ใน Iphone ครับ ซึ่งก่อนมาผมระบุพิกัดของ London backpacker ไว้เรียบร้อยแล้ว ก็เลยเดินหาไม่ยาก และที่สำคัญอยู่ใกล้สถานีรถไฟมากครับ เดินไม่ถึง 1 นาที

 



               สีน้ำเงินคือทางออกของสถานีรถไฟครับ ส่วนสีแดงคือที่พัก

                    พอมาถึงที่ London backpacker ตอนนั้นก็เวลาประมาณ 11:30 ผมก็เข้าไป เช็คอินครับ ซึ่งเขาบอกว่าเช็คอินได้ตอน บ่ายโมงตรง แต่ผมสามารถจะฝากกระเป๋าไว้แล้วค่อยกลับมาเช็กอินทีหลังได้ แต่ว่าผมก็หิวมากเลยคิดว่าเดี๋ยวจะไปหาอะไรกินก่อน แล้วค่อยเดินเข้ามาก็น่าจะได้เวลาบ่ายโมงพอดี ไม่อยากกลับมาเช็คอินทีหลังกลัวว่าถ้าเกิดกลับดึกแล้วไม่มีคนอยู่ก็จะซวยเอา เหอๆๆ

 

                  เคาร์เตอร์เช็กอินครับ

                  ผมลองเดินเล่นแถวนั้นแล้ว ร้านขายของเยอะมากครับ ทั้งขายของสด และของแห้ง มี KFC มี fast food อย่างอื่นอีก ดังนั้นคงหากินง่าย แต่ว่ามื้อนี้ผมกิน นมกับขนมปังก่อนครับ เพราะว่าถูกดี เหอะๆๆ
นมนี่ก็ 500ml ราคา 0.57 ปอนด์ ขนมปังก็ 0.3 ปอนด์ครับ


           รูปนี้ให้ดูร้านขายของแถวนั้นครับ ที่ผมชอบเพราะว่าผมจะทำอาหารเอง ถ้ามีร้านพวกนี้อยู่ใกล้ๆ ก็จะได้ไม่ต้องเดินไกล


พอได้เวลาก็ไปเช็คอินครับ ก็ได้เอกสารมาดังนี้

                ผมได้อยู่ที่ห้อง หมายเลข D5 รหัสเปิดประตูคือ 6745 และเตียงหมายเลข 6 ที่นี่ไม่มีกุญแจหรือว่า card ให้ครับใช้รหัสเปิดประตูห้องเอา และก็ไม่มีล๊อคเกอร์ให้ด้วย ใครอยากได้ต้องเช่าเอา โดยค่าเช่่าล๊อกเกอร์มีสองแบบครับ แบบเล็กค่าเช่าวันล่ะ 50 เพนนี ส่วนแบบใหญ่ จำราคาไม่ได้ล่ะครับ

          ตัวผมไม่ได้เช่าครับ เพราะของมีค่าก็ไม่ได้เอาอะไรมา ส่วนใหญ่ก็พกติดตัวไปด้วยอยู่แล้ว
แต่ว่าประตูทางเข้าตืกที่นี่จะปิดตอน 10:00 ครับ หลังจากนี้เขาจะล๊อกแล้วเราจะเข้าไม่ได้ ถ้าเรากลับดึกกว่านี้เขาก็บอกว่าให้มัดจำค่า Card 5 ปอนด์ แล้วเขาก็ให้การ์ดเรามา 1 ใบ กลับดึกเมื่อไรก็ได้ครับ

     ภาพห้องนอนครับ เป็นเตียงสามชั้น มีทั้งหมด 5 เตียง รวมเป็น 15 ที่นอน เป็นห้องรวมครับ หญิง ชาย นอนรวมกัน ตอนที่ผมไป มีเอเชียสองคนครับ คือผม กะผู้หญิงอีกคนนึงซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นคนจีนหนะครับ   (ปล ในขณะที่พักที่นี่ คืนก่อนวันปีใหม่ มีเหตุการณ์ระทึกขวัญ ระหว่างฝรั่งชายหญิงด้วยครับ เหอๆๆ เล่นกันทั้งๆ ที่ผมอยู่ในห้องเลย แต่ว่าเขา.... ใต้ผ้าห่มนะครับ มองไม่เห็นหรอก ได้ยินแต่เสียงนิดๆ แล้วก็ผ้าห่มที่ผลุบๆ โผล่ๆ)





ที่พักที่นี่ชื่อว่า London Backpackers http://www.ukhostels.com/ พิกัด GPS ก็ 51.582507,-0.226454

มีห้องหลายแบบ หลายราคาครับ ห้องน้ำจะมีแต่ห้องน้ำแยกระหว่างชาย และหญิง และก็มีห้องนอนเฉพาะผู้หญิงด้วย แต่ว่าที่ราคาถูกที่สุดก็ห้องรวมนี่ล่ะครับ หลายๆ คนที่ไม่เคยพักโฮสเต็ล คงคิดว่าแล้วจะไม่อึดอัดเหรอ อยู่ตั้งหลายคน ผมบอกเลยว่ามีไว้นอนอย่างเดียวเลยครับ เพราะเช้ามาเราก็เที่ยวแล้ว พอกลับมาก็ค่ำ ๆ ทำอาหารกินก็นอนได้ล่ะครับ
บางคนก็ออกเที่ยวกลางคืน กลับมาก็ดึกแล้ว ดังนั้นผมก็ยังไม่เคยเห็นคนอยู่เต็มห้องซักที สิ่งที่ต้องระวังก็ทรัพย์สินมีค่า ของแต่ล่ะคนอันนี้ต้องระวังกันให้ดีครับ ปลอดภัยไว้ก่อนจะดีกว่า ถ้ามีของมีค่าจริงๆ ก็เช่าล๊อกเกอร์เอาครับ ปลอดภัยดีกว่า มันเหมือนๆ กับว่าต่างคนต่างก็กลัวกันเอง เรากลัวเค้าขโมย เค้าก็กลัวเราขโมยของเหมือนกัน เหอๆๆๆ

โดยรวมแล้วที่นี่เป็น โฮสเต็ลเล็ก ๆ ครับ ไม่ใหญ่อะไร ห้องน้ำมี 3 จุด คือชั้นใต้ดิน ชั้น 1 และชั้น 2 (ฝรั่งเขานับชั้น 1 เป็น ground floor นะครับ เผื่อใครไม่รู้ ) ชั้นใต้ดินเป็นห้องน้ำรวมครับมีห้องเดียว ชั้นหนึ่งเป็นห้องน้ำรวมและมีห้องเดียวเช่นกัน ส่วนชั้นสองจะเป็นห้องน้ำแยก โดยห้องน้ำชายจะมี สุขาสามห้อง ห้องอาบน้ำสามห้อง อ่างล้างหน้าสองอ่าง มีเพลงเปิดตลอด มีฮีทเตอร์ อาบเสร็จเดินแก้ผ้าเล่นในห้องน้ำได้สบายครับ .... ห้องน้ำหญิงนี่ ไม่สามารถรีวิวได้ครับ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้

รูปข้างล่างเป็นห้องน้ำชั้นใต้ดินครับ




                 ที่ชั้นใต้ดินก็จะมีโต๊ะพูลให้เล่นด้วยนะครับ โดยต้องหยอดเหรียญครับ ครั้งล่ะ 20เพนนี
ชั้น 0 หรือ ground floor ก็จะมีคอมพิวเตอร์ให้เล่นอินเตอร์เน็ตฟรี สองเครื่องครับ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เอาไว้ search หาที่เที่ยวหรือจองตั๋วก็ได้ครับ
                  ชั้น 1 นี่จะเป็น ห้องนั่งเล่นและห้องครัว อยู่ในห้องเดียวกันครับ และก็จะมีห้องรีดผ้าให้ด้วย โดยห้องรีดผ้านี่ก็ให้ใช้ฟรีไม่เสียเงิน ภายในห้องครัวก็จะเป็นที่ๆ เราจะมากินอาหารเช้า โดยอาหารเช้าที่นี่จะเริ่มเวลา 7:30 ถึง 9:00 ในห้องนี้ก็จะมีปลั๊กให้ชาร์จอุปกรณ์ของเรานะครับ มีกล้องวงจรปิดด้วย แต่ว่าที่นี่ก็จะมีป้ายบอกว่า อย่าเสียบชาร์จทิ้งไว้โดยที่ไม่อยู่
                ห้องครัวจะมีตู้เย็นสามตู้ เราจะใช้ตู้ไหนก็ได้ครับ แต่ว่าต้องเขียน ชื่อ และ ห้องพัก ไว้ที่ของที่เราแช่ด้วย เช่นเราแช่แป๊ปซี่ไว้ ก็เขียนชื่อเรา และห้องเราไว้ที่ขวดด้วย ส่วนเตาไฟฟ้าก็จะมี สี่เตา ไมโครเวฟ เตาอบ กาต้มน้ำ หม้อ กระทะ ที่เปิดกระป๋อง มีดทำครัว ว่าไปแล้วก็ครบหนะครับ อุปกรณ์ทำอาหาร จาน ชามก็มี เพียงแต่ว่า เมื่อเราใช้เรียบร้อย เราต้องล้างเองให้เรียบร้อยด้วย อ้อลืมไปเค้ามีกล่องให้เช่าด้วยนะครับไว้ใส่อาหาร ที่เห็นว่าเป็นสีแดงสี่น้ำเงินวางเรียงๆ กันในรูปหนะครับ เสีย 1 ปอนด์

รูปห้องครัวครับ







                ที่ห้องนั่งเล่นนี้ก็จะมีหนังให้ดูเพียบเลยครับ อยากดูเรื่องใด ก็สามารถหยิบเปิดเองได้เลย แต่ว่าต้องไม่มีคนดูเรื่องอื่นอยู่นะครับ เหอๆๆ และเครื่องซักผ้าและอบผ้าก็อยู่ในห้องนี้ด้วย โดยต้องหยอดเหรียญครับ ไม่มีบริการฟรี ผมไม่ค่อยมั่นใจว่าราคาเท่าไรเพราะไม่ได้ใช้เลย แต่คุ้น ๆ ว่า 2 ปอนด์มั้งครับ หมายความว่า อบผ้า 2 และซักผ้า 2 นะครับ ไม่ใช่ว่า 2 ปอนด์นี่ได้ทั้งซักทั้งอบ

                  ส่วนอาหารเช้าก็ไม่ได้น่าเกลียดครับ มีซีเรียล นม โกโก้ กาแฟ ขนมปัง เนย แยม น้ำส้ม ให้เราจัดการได้ครับ โดยส่วนตัวผมจะจัดเต็ม(เหอๆ) เอาให้อิ่มแบบเต็มที่ครับ จะได้ประหยัดมื้อเที่ยงไปด้วยได้ อาหารเช้านี้ กินเสร็จก็ต้องล้างจานเองนะครับ

รูปอาหารเช้าครับ

           ห้องอาบน้ำ จะเป็นแบบฝักบัวครับ โดยที่ก๊อกจะเป็นแบบกด พอเรากดแล้วน้ำก็จะไหลมาประมาณ 30 วินาทีได้ แล้วก็ต้องกดใหม่ เหอๆ ตัวผมเองใช้วิธี เอาหลังพิงมันซะเลยครับ จะได้ไม่ต้องคอยกด

ห้องอาบน้ำครับ


ห้องอาบน้ำ และบรรยากาศตามทางเดิน




            โดยรวมแล้วเรื่องความสะอาดที่นี่ ถือว่าดีครับ เรื่องห้องอาบน้ำที่มีแค่สามห้องนี่ไม่เป็นปัญหา เพราะมันไม่มีใครอาบน้ำกันหรอกครับ ห้าๆๆๆๆๆ ตัวผมเองก็อาบวันล่ะครั้งเท่านั้นเอง


           พอเข้าที่พักแล้วผมก็ออกเดินทางไปเที่ยวในเมืองครับ โดยที่แรกที่จะไปก็คงไปรับบัตร ลอนดอนพาส (London Pass) ที่ซื้อไว้ทางอินเตอร์เน็ตก่อน ตอนแรกไม่ได้กะจะซื้อครับ แต่พอดีเห็นมีช่วงลด 10% สำหรับปีใหม่ เลยกลั้นใจซื้อหน่อย รูดบัตรไป เมียอยู่ไทยก็เป็นคนจ่าย ว๊ะฮ่าๆๆๆๆ


             วิธีการซื้อของผมนะครับ ก็คือเข้าไปที่ web ลอนดอนพาส แล้วก็จ่ายด้วยบัครเครดิตไป ทีนี้เค้าก็จะส่ง email มาให้เราพร้อมแผนที่จุดที่จะไปรับบัตรนะครับ โดยที่ให้เรา print หรือว่าถ้ามี smart phone เราก็สามารถเซฟไฟล์นั้นแล้วไปเปิดให้เจ้าหน้าที่ดูได้ในตอนที่ไปรับบัตร





Google Map Link คลิกตรงนี้ครับ

From Leicester Square tube station
Take exit 1 onto Charing Cross Road, turn left and walk past the Wyndham’s Theatre.

Walk 100 metres towards Trafalgar square, our redemption desk is the downstairs area of the ticket information booth on the right hand side opposite the Garrick theatre.
London Pass Desk Opening Times:
Monday to Friday 10:00hrs - 16:30hrs
Saturday (June to September) 10:00hrs to 16:00hrs
Sunday (June to September) 10:30hrs to 15.30hrs
Saturday & Sunday (October to May) 10:30hrs to 15:30hrs
Closed 25 and 26 December and 01 January

ข้อสำคัญอย่าลืมเอา พาสปอร์ตเราไปด้วยนะครับ

        ถ้าดูจากแผนที่ล่ะก็จากที่พักผม จะไปลงที่ Leicester Square ดูจะใกล้ที่สุด แต่ว่าเนื่องจากเป็นวันที่ไม่มีรถไฟวิ่งในเส้นนั้นผมเลยต่อรถไฟไปๆ มา อีท่าไหนก็ไม่รู้ไปโผล่เอาที่ Charing Cross ครับ

        แต่ก็เดินไม่ไกลเท่าไร ผมเลยเดินไปยังจุดที่บอกไว้ในแผนที่ จุดที่จะรับก็จะเป็นเหมือนรูปด้านล่างนะครับ โดยที่ให้เราเดินลงไปชั้นใต้ดิน จะเป็นที่สำหรับรับ London pass โดยผมแสดง voucher ให้ทางเจ้าหน้าที่เขาดู แต่ว่าเขาบอกไม่เป็นไร ขอ passport แล้วก็อ่านเลขรหัสใน Voucher ให้ฟังก็พอ ดังนั้นพอรับ London Pass มาเรียบร้อยแล้วเขาก็จะแถมหนังสือคู่มือมาให้ด้วยครับ เอาไว้ดูและวางแผนเป็นแนวทาง แต่การวางแผนของผมมันยากหน่อยครับเพราะเป็นช่วงปีใหม่ บางที่ก็หยุดเลยต้องวางแพลนดีๆ ไม่งั้นไปเก้อเลย


            และจุดที่รับบัตรลอนดอนพาสเนี่ย จริงๆ แล้วก็ตั้งอยู่ด้านหลัง ทราฟัลก้า สแควร์เลยครับ เดินไปนิดเดียวก็ถึงล่ะ แต่ว่าช่วงที่ผมไป มีการก่อสร้างพอดี เลยไม่ได้เข้าไปใกล้สิงโตเท่าไรเลย

           พอเค้าล้อมรั้วแล้ว ดูไปดูมา อย่างกับสิงโตโดนขังอยู่ในกรงเลยครับ น่าสงสารเชียวเหอๆๆ


           แถวๆ นี้คนเยอะมากครับ แถวยังมีโชว์เปิดหมวกทำให้มีคนมุงเยอะไปใหญ่ แต่ตัวผมเองพอเดินเล่นแถวนี้เสร็จแล้วก็ ลองเปิดหนังสือที่แถมกับลอนดอนพาสมา เห็นว่ามี walking guide ด้วยครับ เลยลองเดินตามดู เดินไปเรื่อย ๆ ไม่รู้เดินยังไง ดันมาโผล่แถวตึก M&M เนี่ยล่ะครับ


เดินเล่นไปเรื่อย ก็พึ่งรู้ครับว่าแถวนี้ก็คือย่าน ไชน่าทาวน์นี่เอง โดยจะมีทั้งร้านอาหารจีน และก็คาสิโนด้วย   ถ้าใครจะมาแถวนี้ก็ให้ลงที่สถานี Leicester Square ครับซึ่งใกล้ที่สุดแล้วครับ


        และที่ไชน่าทาวน์นี้เอง ผมก็ได้พบกับอาหารโปรด ที่เหมาะกับการดำรงชีวิตสำหรับคนยากอย่างผม เหอๆๆ   นั่นก็คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือว่า มาม่านั้นเอง เหอๆๆ รู้สึกว่า รอดตายแล้วเรา ประหยัดไปได้มากโข



ตำแหน่งของร้านที่ผมซื้อนะครับ ชื่อร้านว่า seewoo supermarket พิกัดคือ 51.511654,-0.130415
Google map

             ที่ร้านนี้มีมากมายหลายอย่างเลยครับ น้ำมันหอย น้ำปลา ซอสแม๊กกี้ โอยหลายๆ อย่างเห็นแล้วอยากขนน้ำมันหอยกลับไปโปรตุเกส แต่ว่ามันห้ามเอาขึ้นเครื่องนี่สิครับ ราคาที่ผมซื้อ มาม่าแบบบิ๊กแพ็กก็อยู่ที่ซองล่ะ 0.40 ปอนด์ ครับ ส่วนมาม่าแบบเส้นหมี่น้ำใสก็ราคาอยู่ที่ 0.27 ปอนด์ ราคารับได้ครับสำหรับการซื้อในลอนดอน

  จบตอน 2 ล่ะครับ ไปต่อตอน 3 กันได้เลย

3 comments:

  1. รบกวนถามเรื่อง Sim Tesco ครับ ว่าให้เค้าส่งมาไทยได้ไหม ครับ หรือว่าจะซื้อได้ยังไงครับ
    ขอบคุณมากครับ...ป้อน

    ReplyDelete
  2. รออ่านตอน 3ค๊ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ไม่ได้ทำแล้วง่ะครับ เหอๆๆ งานเยอะมากเบยยย

      Delete