ปีใหม่นี้หยุดเรียนยาวสองอาทิตย์ เลยตัดสินใจไปเที่ยวลอนดอนดีกว่า แต่ว่าได้ยินมาว่าค่าครองชีพที่ UK นั้นแพงมาก และตัวกระผมเองก็มีเงินไม่เยอะเท่าไร แต่อยากเที่ยว เลยต้องไปเที่ยวแบบพยายามประหยัดเงินให้มากที่สุดครับ โดยผมพักที่ Hostel แล้วก็ทำกับข้าวกินเอง รูปภาพที่ถ่ายเอามาลงใน review นี้ต้องทำใจหน่อยนะครับ เหอๆๆ เพราะว่าอุปกรณ์ที่ผมพกไปด้วยไม่มีกล้องครับ มีแต่มือถือที่ใช้ถ่ายรูป
ทริปนี้จุดเริ่มต้นของผมอยู่ที่โปรตุเกสครับ โดยผมเดินทางด้วยสายการบิน low cost ของทางยุโรป ซึ่งก็คือ Ryanair และก็ easyjet นั่นเองครับ โดยในช่วงที่ผมเดินทางคือวันที่ 20 ธันวาคม ถึงวันที่ 4 มกราคม ครับ
การเดินทางของผม แบ่งออกเป็นสองช่วงครับ คือช่วงวันที่ 20 – 28 ธันวาคม ผมไปพักกับญาติที่เมือง Ayr ใน Scotland (ไปร่วมคริสต์มาสกับเค้าด้วย เหอๆๆ )และวันที่ 28 ธันวาคม – 4 มกราคม ผมมาอยู่ที่ลอนดอนครับ ซึ่งรีวิวอันนี้ผมจะเน้นช่วงที่อยู่ลอนดอนนะครับ แต่จะมีเกริ่นๆ ที่ไปเที่ยวใน Scotland นิดหน่อยครับแบบผ่านๆ
เริ่มจากตั๋วเครื่องบินที่จองจะเป็นดังนี้ครับ
ในวันที่ 20 ผมเดินทางจาก เมืองปอร์โต้ไปเมืองกราสโกว์ก่อนครับ โดยนั่ง Ryan Air ไปต่อ Easy Jet อีกทีนึง
20 DEC : Porto to London Standsted Ryan Air
20 DEC : London Standsted to Glasgow EasyJet
จากนั้นในวันที่ 28 ผมนั่ง Easyjet จากกราสโกว์กลับมาที่ London
28 DEC : Glasgow to London Standsted EasyJet
และกลับมาเมืองปอร์โต้ในวันที่ 4 มกราด้วย Ryan air ครับ
4 JAN : London Standsted to Porto Ryan Air
ค่าเครื่องบินนั้นที่จ่ายไปนั้น ค่อนข้างสูงถ้าเทียบกับในช่วงปรกติครับเพราะว่าผมเดินทางในช่วงที่เป็นทั้งคริสมาสและปีใหม่ แต่อย่างไรก็ตามโดยรวมแล้วราคาอยู่ที่
Ryan air 91.98 EUR
Easy Jet 70 pound
คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 7500 บาทครับ สำหรับค่าเครื่องบินตลอดทั้งทริป
และเนื่องจากเป็นสายการบิน low cost ราคาที่แจ้งไปจึงเป็นราคาที่ไม่รวมโหลดกระเป๋า และเคี่ยวเรื่องกระเป๋าที่จะนำขึ้นเครื่องมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการประหยัดผมเลยไม่เสียค่าโหลดกระเป๋าเพิ่ม และพยายามยัดเสื้อผ้าไปให้อยู่ในกระเป๋าใบเดียวให้ได้ครับ (ขาไปผมใส่เสื้อ สี่ชั้นครับ ส่วนขากลับผมใส่เจ็ดชั้นเลย เพราะมันยัดลงไปในกระเป๋าไม่ได้ แทบตายย)
ก่อนหน้านี้เพื่อนผมไปอิตาลีด้วย ryanair นี่ล่ะครับ เขาให้เอากระเป๋ายัดในกล่อง เพื่อนผมยัดลงไม่ได้ เลยต้องเสียค่าปรับไปอีก 50ยูโร เหอๆๆ ผมเลยกลัวเป็นพิเศษหน่อย
ขนาดกระเป๋าที่เขาให้ของแต่ละสายการบินนะครับ
Ryan Air : 55cm x 40cm x 20cm น้ำหนักไม่เกิน 10KG
Easy Jet : 56 x 45 x 25cm
สำหรับที่พักที่ Scotland นั้นฟรีครับ เพราะพักกับญาติ
ส่วนที่ London เป็นดังนี้ครับ
ช่วงแรกพักที่ London Backpacker วันที่ 29 Dec – 1 Jan จองผ่าน Hostelworld
Sat 29th Dec 2012 £13.00
Sun 30th Dec 2012 £15.00
Mon 31st Dec 2012 £25.00
Tue 1st Jan 2013 £15.00
ช่วงที่สองพักที่ Palmers Lodge Hillspring วันที่ 2 Jan – 4 Jan คืนล่ะ681 บาท จองผ่าน expedia เหตุที่ต้องแยกกันพักสองที่เพราะว่าที่ๆสองมันเต็มครับ เลยต้องไปพักที่แรกก่อน
อุปกรณ์ที่ผมเอาไปด้วยในทริปนี้ก็ มีดังนี้ครับ กระเป๋าเดินทางอันเล็ก (เอ่อสีชมพูนี่ ภรรยาเป็นคนเลือกให้ครับ ) , กระเป๋าไว้ใส่เงินกับพาสปอร์ต, Kindle, อุปกรณ์ชาร์จ, ตัวแปลงปลั๊ก universal, และมือถือ Iphone 4S ครับ(นอกจากมือถือแล้วก็ไม่มีอะไรจะถ่ายรูปล่ะครับ เลยเอาภาพมาแปะแทนล่ะกัน)
ส่วนเสื้อผ้าก็จัดไปเฉพาะหนา ๆ เพราะกลัวหนาว และอย่างที่บอกครับ ผมใส่ไปสี่ชั้นในขาไป เพราะว่ากระเป๋าเนี่ยเต็มแล้ว ยัดไม่ลง เลยต้องใส่ไปก่อนแต่พอขึ้นเครื่องแล้วค่อยถอดออกได้ครับ ในตอนที่ต่อแถวขึ้นเครื่องผมก็เห็นฝรั่งบางคนเขาก็ยัดกระเป๋าลงในกล่องไม่ได้ ก็เลยต้องเปิดกระเป๋าแล้วเอาเสื้อผ้ามาใส่หลายๆ ชั้นเพื่อที่จะยัดกระเป๋าได้หนะครับ
เริ่มเดินทางกันเลยครับ
เที่ยวบินของผมจาก ปอร์โต้ไปลอนดอนนั้น เป็นเวลา 6:30 ในตอนเช้าของวันที่ 20 ธันวาคม ผมโชคดีที่เพื่อนคนโปรตุเกสก็บินในเวลานี้เช่นเดียวกันแต่เขาไปนอร์เวย์ ผมเลยติดรถเขามาสนามบินด้วย ปรกติแล้วสำหรับคนยุโรปที่ทำเว็บเช็คอินมาแล้วและไม่ต้องโหลดกระเป๋าก็ไม่ต้องมาต่อแถวที่ counter นะครับ เข้าไปที่เกตได้เลย แต่ว่าเพื่อนผมนั้นโหลดกระเป๋า และตัวผมเองต้องมา verify passport ก่อนครับ
แล้วเครื่องก็มาลงที่ ลอนดอน Stansted ในเวลา 8 : 40 นาที และผมต้องรีบต่อเครื่องไปที่ Glasgow ในตอน 12:00 ผมเลยรีบไปที่ border เพราะว่าเพื่อนบอกว่า มันนานมากกลัวจะต่อเครื่องไม่ทัน ผมเลยรีบไปกรอกเอกสาร (ในภาพนี่กรอกผิดนะครับ ลืมอ่านว่าเขาให้กรอกเป็น capital) ซึ่งมันก็นานจริงๆ แหละครับ เห็นว่าแถวไม่เยอะนะครับ แต่นานมาก แต่ล่ะคนเห็นโดนถามอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ ผมก็หวิวๆ ล่ะ ภาษาอังกฤษผมก็ยิ่งห่วยๆ อยู่ ถ้าตอบไม่ได้มันจะส่งกลับไหมเนี่ย
จากนั้นผมก็ผ่านเข้ามาได้ล่ะโดยที่เขาถามผมอยู่สามคำถามว่า มาทำไม นานแค่ไหน พักที่ไหน ทีนี้ก็ต้องรีบไปต่อแถวตรวจกระเป๋าเพื่อที่จะเข้าไปที่เกตที่จะต่อเครื่องไป Glasgow อีกทีนึงครับ แต่ผ่านตรงนี้เลยถ่ายรูปป้ายที่เขียนว่า Welcome to สนามบินนี้ไว้ซักหน่อย
ผ่านการตรวจกระเป๋าเข้ามาเรียบร้อยแล้วครับ แต่ว่าเลขเกตก็ยังไม่ออกมาเลยมองเห็นมีที่ให้ชาร์จโทรศัพท์ก็เลยจัดไปหน่อยนะครับ จุดชาร์จนี่มีให้หลายจุดครับ ให้มองดูตามป้ายสีฟ้าที่เขียนว่า free charge นี้ก็ได้ครับ
รูปเยอะโหลดนาน ไปต่อหน้าสองกันเลยครับ
พอผมขึ้นเครื่อง easyjet จาก standsted มาลงที่ Glasgow เสร็จแล้ว ผมก็นั่งรอญาติผมขับรถมารับกลับที่พัก ซึ่งญาติผมเองพักอยู่ที่เมือง Ayr ซึ่งบ้านเขานั้นอยู่ใกล้ๆ กับ บ้านของ Robert burns (ไม่รู้จักใช่ไหมครับ เหอๆ ผมก็ไม่รู้จักเหมือนกันในตอนแรก แต่เชื่อว่าพอบอกว่าคือใคร หลายๆ คนจะรู้จักผลงานของเขาครับ)
และต่อจากนี้ไป ผมขอรีวิวแบบรวบรัดนะครับ เพราะอย่างที่ได้เกรินไว้แต่แรก ว่าจะเน้นที่ลอนดอนมากกว่า ส่วนช่วงที่พักอยู่ที่ Scotland นี้ จะรีวิวแค่ผ่านๆ ครับ
ที่แรกที่ผมไปเที่ยวแถวนั้นก็มี กระท่อม และ museum ของ Robert burns นะครับ และก็มีสะพานที่ผมฟังเขาเล่ามา เขาบอกว่า เป็นสะพานที่เขาแต่งนิยายอะไรซักอย่างนี่ล่ะครับ มาถึงตรงนี้แล้ว ลืมบอกไปว่า Robert burns เนี่ยคือนักกวี ชาวสก๊อตหนะครับ เขามีผลงานหลายๆ อย่าง (ผมไปเปิด wiki อ่านทีหลัง เหอๆๆ) แต่ที่เราๆ รู้กันและพวกเราร้องกันในตอนเข้าค่ายลูก
อันนี้อยู่แถว Museam ครับ ไม่ใช่ของตัวเค้า แต่เป็นของพ่อและแม่ Robert burns
ภาพที่เห็นนี้ให้มองไกลๆ นะครับจะเห็นสะพาน ซึ่งสะพานตรงนั้นผมจำไม่ได้ล่ะว่ามันเกี่ยวข้องยังไงก็ Robert burns เหอๆ เค้าเล่าให้ฟังแล้วแต่ลืมครับ
กระท่อมนี้เป็นที่ๆ Robert burns เกิดนะครับ ดูจากที่เขียนไว้เขาตายตอนอายุได้เพียง 37 ปีเท่านั้นเอง เกี่ยวกับ Robert burns เผื่อใครสนใจนะครับ http://en.wikipedia.org/wiki/Robert_Burns
เวลาที่อยู่ใน scot ผมก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรครับ ใช้เวลากับญาติผมเอง และก็เดินเล่นเรื่อยเปื่อย
ภาพที่เห็นอันกลมๆ นี่เป็นสก๊อตพายครับ เค้ามาบอกมาแล้วต้องลองชิมดูหน่อย ส่วนอันแท่งๆ นี่ผมลืมครับว่ามันเรียกว่าอะไร
ส่วนเวลาที่เหลือก็ไปที่ปราสาท Edinburgh แล้วก็เดินในเมืองเล่นๆ ไม่ได้ทำอะไรมาก
โอเค จบล่ะครับช่วงแรกที่ไปเที่ยวใน Scotland ข้ามมาถึงวันที่ 28 ธันวาเลยนะครับ ซึ่งเป็นวันที่ ผมจะออกเดินทางจากสนามบิน Glasgow มาลงที่ London
-- ไปต่อตอนที่ 2 กันเลยนะครับ



















No comments:
Post a Comment